2007/Jul/22

ธรณีเพยงฟ้า...จันทราเพียงดิน

ตอนที่ 9

กลางหุบเขาสูงในทะเลทรายที่แสนจะแห้งแล้งไม่มีสัตว์ตัวใดจะอาศัยอยู่ได้ ดินแดนนี้ไม่มีฝนตกลงมานานนับปี ต้นไม้แม้เพียงกระบองเพชรสักต้นยังมิอาจถูกค้นพบ ส่งผลให้ผืนดินและขอบหินผาล้วนมีแต่ความกันดาร แสงแดดที่ส่องลงมาเป็นประกายวูบวาบเพราะไม่มีอะไรมาบดบังทำให้ที่แห่งนี้มีสมญานามว่านครทองสีเหลืองแห่งซีร็อค

เฮ้ยเฟตา เจ้ายังไม่กลับอีกเหรอวะ ชายหนุ่มที่นั่งพิงกำแพงหินอยู่ใกล้ๆ เขาถามขึ้น วันนี้มีงานฉลองครบรอบ 20 ปีที่พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ที่นี่ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ เพราะอะไรงั้นเหรอ ไม่หรอก ไม่มีใครกล้ารู้มากกว่า ถึงแม้จะมองภายนอกว่าพวกตนนี้เป็นเพียงแค่ขบวนนักเดินทางเร่รอนที่มาปักหลักพักอาศัยหากแท้จริงแล้วแต่ละคนนั้นมีศักดิ์เป็นถึงนักฆ่ามืออาชีพที่ทางการได้แต่ชายตามองไม่กล้าทำอะไร

ด้วยชื่อเสียงของที่นี่ประกอบการคงอยู่ของพวกตน เพชรฆาตเลือดเย็นเหล่านั้นจึงได้เดินทางหลั่งไหลกันเข้ามาเมื่อต้องการพักผ่อนและออกไปทำงานตามหน้าที่หมุนเวียนผละเปลี่ยนกันแบบนี้เรื่อยไปและเฟตาก็เป็นหนึ่งในนั้น

แล้วทำไมข้าต้องรีบกลับด้วยฌามา ร่างเพรียวบ่นอุบไม่ค่อยพอใจนัก

เสียงฮาจากรอบวงที่นั่งกันเป็นวงกลมดังลั่น โอ้ย เฟตา ถ้าเจ้าไม่รีบกลับเดี๋ยวเมียบังเกิดเกล้าก็เล่นเอาหรอก บอกก่อนนะว่าพวกเราไม่ช่วยเจ้าแน่ บาฮาดีชายหนุ่มร่างกำยำหนวดเฟิ้มกล่าวติดตลก

ใช่ๆ เมียเจ้าน่ะเก่งยังกะอะไรดี ใครจะไปกล้าสู้วะ เสียงใครก็ไม่รู้แถวๆ นั้นเสริม

เฟตาชักเริ่มโมโหเลือดขึ้นหน้า ปกติเขาเป็นคนใจร้อนอยู่แล้วด้วยและนี่เพิ่งจะกรอกเหล้าลงไปเป็นถังอีก เดี๋ยวได้มีเรื่องแน่ พูดงี้หมายความว่าไง ข้ายังไม่มีสักหน่อยมามง มาเมียอะไร! เขาฉุนจัดกระชากคอเสื้อไอ้คนปากเสียเมื่อกี้ขึ้น

อ้าว เรื่องไรมาลงที่ขะอ๊ะ! พูดปุ๊บก็มาปั๊บเลยวะ เฟตายักคิ้ว โน่นไง ร่างหนาชี้นิ้วออกไปนอกวง

เซดิล! เฟตาวิ่งเข้าไปหาปล่อยไอ้คนที่โชคร้ายเมื่อก้นกระแทกพื้นเพราะไม่ทันระวังตัว

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสวยคม เชิดคอขึ้นยืนกอดอก รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงแล้ว! เฟตาสะดุ้งโหยงเดินเข้าไปก้มปะล่อกๆ

แหม..ก็..มันแค่.. เขายิ้มแหยๆ ไม่นึกว่าเพื่อนตนจะโกรธขนาดนี้

ไม่คงไม่แค่จำได้มั้ยว่าพรุ่งนี้วันอะไร ร่างที่สูงกว่าถ้ามองดูให้ดีๆ จ้ำเท้าเข้าไปใกล้

พรุ่งนี้..ง่า เขากลิ้งลูกตากรอกไปมา วันอะไรวะ

ร่างโปรงชักเลือดขึ้นหน้าสะบัดตัวเดินหนีทันที เฟตาเห็นก็รีบวิ่งเข้าไปจับข้อมือเพื่อนตนไว้ เฮ้ย! เดี๋ยวสิจะไปไหน เส้นความอดทนของเซดิลชักเริ่มขาดพึง เขาอ้าปากเตรียมจะด่าไอ้คนความจำสั้นนี่สักฉอด

แหมๆ เฟตาเค้าก็แค่กลับดึกนิด ๆหน่อยๆ แค่เนี่ยถึงกับฉุนไม่มองหน้าใครเชียว โกรธง่ายแบบนี้ระวังจะเหี่ยวเร็วนะ เสียงแหลมปรี๊ดของหญิงสาวแต่งอค์ทรงเครื่องอะร้าอะร่ามในวงนั่นพูดประชด หล่อนไม่

ค่อยชอบใจนักกับท่าทางง้องอนของเฟตา เพราะหล่อนก็เคยหมายตาเขาเอาไว้ถ้าไม่มีไอ้คนๆ นี้เข้ามาแทรก

ใคร เจ้าว่าใครเป็นคนโกรธง่าย พูดให้มันระวังปากไว้บ้างก็ดีนะจิลา ถ้าไม่อยากให้หน้าเหี่ยวๆ นั่นย่นลงไปอีก เซดิลดึงมือของเฟตาออกเพื่อเดินเข้าไปประจัน

ลองดูไหมล่ะ หล่อนเชิดหน้าเขย่งเต็มที่

ไม่เอาน่า ทั้งคู่แหละ บาฮาดีเข้าไปห้ามกลางวงของทั้งคู่ ขืนได้สู้กันจริงๆ ยายจิลานี่เน่าแน่เพราะเซดิลมันทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงและเด็กตัวเล็กๆ

เชอะ! หล่อนนั่งลงที่เดิม บ่นอุบไปมา คอยดูนะ ถ้าข้ามีโอกาสเจ้าได้เจอดีแน่

เซดิล~! เฟตารีบวิ่งตามไปประกบขอโทษไอ้เพื่อนยากแทบไม่ทัน คนอะไรวะเดินเร็วฉิบ

ณ วงล้อมแค้มป์ไฟที่เดิม ทุกคนกำลังนั่งมองตาค้างอยู่แบบนั้น บทจะไปก็ไป บทจะมาก็มาเรอะ

ฮึๆ ฮ่าๆ บาฮาดีหัวเราะลั่นยกมือขึ้นตีหน้าผากไปมา พวกเขาหันกลับไปมอง คราวนี้อะไรอีกล่ะ

เฮ้ย ขำไรวะ

ก็กำลังนึกถึงวันที่ไอ้เซดิลมาไง จำไม่ได้เรอะ พวกแกงี้หน้าตาหื่นยังกับไม่เคยเห็นคนจนโดนไอ้เฟตาถล่มซะยับเยิน พวกคนในเหตุการณ์นั้นนึกตามแล้วก็หัวเราะออกมาบ้าง

นั่นดินะ แต่แหมตอนนั้นไอ้เซดิลมันสวยจริงๆ นี่หว่า เอวบางร่างน้อย ถึงแม้ตอนนี้มันจะสูงขึ้น แข็งแรงขึ้นแต่ก็ยังส